วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559






 ครั้งที่ 4

 วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2559



บรรยากาศในห้องเรียน
วันนี้เป็นวันที่เข้าห้องสายอีกแล้ว แล้วพอเข้ามา อาจารย์ก็ให้เล่นเกมส์
เกมส์ที่1 สื่อความหมายโดยการให้แต่ละเซคออกมาทีละ5คนเพื่อที่จะเล่นเกมส์
วิธีการเล่น คือให้ต่อแถวเรียงกัน 5 คน แล้วคนแรกของแถวเป็นตัวกลางในการสื่อความ และให้ที่เหลือ หันหลังไป คนแรกไปรับสารจากครู เช่น ได้คำว่า ตื่นนอน อาบน้ำ แปรงฟัน ทาแป้ง แต่งตัว แล้วคนแรกก็ต้องทำท่าทางให้คนต่อไปดู จนถึงคนสุดท้าย และคนสุดท้ายตอบมาว่ามันคืออะไร คำตอบคือกิจวัตรประจำวัน เป็นต้น



เกมส์ที่ 2 เกมทายคำ คือจะให้เพื่อนแต่ละทีมออกมา แล้วครูก็จะมีบัตรคำต่างๆ ให้คนหนึ่งถืออยู่บนเหนือศีรษะ และให้อีกคนที่จับคู่กันใบ้ว่า คืออะไร เช่น คำว่าช้างตกมัน เพื่อนก็ทำท่าช้างตกมัน

เกมส์ที่ 3 เกมส์พรายกระซิบ โดยวิธีการเล่นมีอยู่ว่า ครูจะให้แต่ละเซคออกมาอีกเช่นเคย แล้วก็ส่งตัวแทนคนที่คิดว่ามีความจำดีที่สุดออกมา 1 คน ครูก็จะให้คำยาวๆ ขึ้นมา แล้วให้คนแรกจำ และส่งต่อๆไปจนถึงคนสดท้าย และให้คนสุดทายพูดว่าได้คำอะไร

เกมส์ที่ 4 ชื่อเกมส์ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร กับใคร
วิธีการเล่น คือให้แต่ละทีมออกมา 6 คน แต่ละคนถือกระดาษของตัวเองออกมา ให้ต่อแถวเรียงกันว่าใครจะอยู่ลำดับไหน และให้คนแรกเขียนชื่อใครก็ได้ คนที่ 2 เขียนว่าจะทำอะไร คนที่ 3 เขียนทำที่ไหน คนที่ 4 เขียนเมื่อไร คนที่ 5 เขียนทำอย่างไร และคนสุดท้ายเขียนทำกับใคร ซึ่งทั้ง 6 คนนี้จะไม่รู้ว่าใครเขียนอะไร พอหมดเวลา ครูก็ให้แต่ละคนพูด
คนที่ 1 พูด ส้ม
คนที่ 2 พูด ดูหนัง
คนที่ 3 พูด ที่โรงเรียน
คนที่ 4 พูด ตอนเช้าตรู่
คนที 5 พูด ไม่อยากทำอะไร
คนที่ 6 พูด กับบิยอนเซ่
พอเล่นเกมส์เสร็จแล้ว ครูก็เริ่มเข้าสู่การสอนเนื้อหา ในวันนี้ครูสอนเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสาร


ความหมายของการสื่อสาร
การสื่อสารคือกระบวนส่งข่าวสารข้อมูลจากผู้ส่งข่าว
ความสำคัญของการสื่อสาร
1. รับรู้และเข้าใจข่าสารทางสังคม
2 ทำให้เกิดการเข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย
3. ทำให้เป็นการสร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
4. ทำให้เกิดภาพแห่งการพึงพอใจ
5. ช่วยในการอัตมโนทัศน์เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและเกิดความพอใจในชีวิต



รูปแบบของการสื่อสาร
รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล
รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล
รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์
รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์
รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล

รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล

ผู้พูด คำพูด ผู้ฟัง
**แต่ที่เกี่ยวข้องกับ ปฐมวัยและผู้ปกครองมากที่สุดก็ รูปแบบการสื่อสารของ เบอร์โล


องค์ประกอบของการสื่อสารมีด้วยกัน 5 หลัก
1. ผู่ส่งสาร
2. ข้อมูลข่าวสาร
3. สื่อในช่องทางการสื่อสาร
4. ผู้รับข่าวสาร
5. ความเข้าใจและการตอบสนอง

วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
-เพื่อแจ้งให้ทราบ หมายถึง การสื่อสารที่ผู้ส่งสารจะแจ้ง หรือบอกกล่าวข่าวสาร ข้อมูล เหตุการณ์ ความคิด ความต้องการของตนให้ผู้รับได้ทราบ
 -เพื่อสอนหรือให้การศึกษา หมายถึง การสื่อสารที่มุ่งจะให้ผู้รับมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านองค์ความรู้ ความคิด สติปัญญา ฉะนั้นจึงมุ่งเน้นไปที่การเรียนการสอนหรือการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการโดยเฉพาะ
 -เพื่อสร้างความพอใจหรือให้ความบันเทิง หมายถึง การสื่อสารที่มุ่งให้เกิดผลทางจิตใจหรืออารมณ์ ความรู้สึกแก่ผู้รับสาร ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ส่งสารมีข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับสาร และมีกลวิธีในการนำเสนอเป็นที่พอใจ
 เพื่อเสนอหรือชักจูงใจ มุ่งเน้นให้ผู้รับสารมีพฤติกรรมคล้อยตาม หรือยอมรับปฏิบัติตาม

ประเภทของการสื่อสาร
สำคัญ 3 ประการ  1. จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสาร
              2. จำแนกตามภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงออก
              3. จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร

การสื่อสารกับตนเอง
การสื่อสารที่บุคคลเดียวเป็นทั้งผู้ส่งสารและรับสารการคิดหาเหตุผลโต้แย้งกับตนเองในใจ
เนื้อหาไม่มีขอบเขตุจำกัดบางครั้งมีเสียงพึมพำดังออกมาบ้างบางครั้งเกิดความขัดแย้งในใจ
อาจเป็นการปลอบใจตนเอง การเตือนตนเอง การวางแผน
การสื่อสารระหว่างบุคคล
บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ไม่ถึงกับเป็นกลุ่ม
การสื่อสารสาธารณะ
มีเป้าหมายจะส่งสารสู่สาธารณชน
มีเนื้อหาที่อาจให้ความรู้และเป็นประโยชน์ ให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
เป็นความคิดที่มีคุณค่าและเปิดเผยได้โดยไม่จำกัดเวลา
การสื่อสารมวลชน
ลักษณะสำคัญคล้ายการสื่อสารสาธารณะต้องอาศัยสื่อที่มีอำนาจการกระจายสูง 
รวดเร็ว กว้างขวาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ดาวเทียมและสื่อมวลชน
ธรรมชาติและพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครองมีประเด็นสำคัญ
-เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
-เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
-มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
-เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
-เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
-ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
-เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย
ปัจจัย 7 ประการเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง

ความถนัด  ความพร้อม ความต้องการ อารมณ์และการปรับตัว การจูงใจ การเสริมแรง ทัศนคติและความสนใจ
คุณธรรมในการสื่อสาร
คุณธรรม คือความดีงามที่มีอยู่ในตัวบุคคลต้องประกอบด้วยเหตุผลที่ดีของแต่ละบุคคล
เกิดจากการปลูกฝังตั้งแต่เด็กเกิดจากการได้เห็น ได้ยิน ได้อ่านเกิดจากการได้เห็นพฤติกรรมของคนที่เคารพรักเป็นแบบอย่าง



ประมินผล
ประเมินตนเอง
มาสาย แต่ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรม ที่ครูสอนตลอด มีการจดบันทึกในการเรียนการสอน มีคุยบ้างบางโอกาส
ประเมินเพื่อน
เพื่อนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี และ สนใจเรียน มีบางคนมีการเล่นโทรศัพท์บ้าง คุยเล่นบ้าง เป็นเรื่องปกติ
ประเมินอาจารย์
อาจารย์มีการสอนที่หลากหลาย สนุกมากๆในการเรียนวันนี้ เพราะมีเกมได้คลายเครียด







วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ครั้งที่ 3
 วันที่ 22สิงหาคม 2559



**งดการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์ติดงานราชการ**



วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559




ครั้งที่ 2




บรรยากาศให้ห้องเรียน
วันนี้เข้าห้องสายเพระรถติดสุดๆ ครูแจกใบปั้มวันนี้วันแรก พอเข้าห้องเรียนมาครูก็สอนแล้วเลยตั้งใจตามให้ทันเพื่อน




และอาจารย์ก็ได้สอนเนื้อหาการเรียน
หลักเบื้องต้นในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

     การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของการการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน จะช่วยทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้เรียนรู้และเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายที่สำคัญของการพัฒนาเด็ก ทำให้ดำเนินงานทางการศึกษาระหว่างบ้านกับโรงเรียนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงเรียนและกิจกรรมการเรียนการสอน 
ความหมายของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
     การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองถือเป็นกระบวนการทางสังคมซึ่งสังคมมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลภายในสังคมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในสังคมทั้งในและนอกระบบ การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองจึงเป็นการช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองตลอดจนผู้ที่เตรียมตัวจะเป็นพ่อแม่ให้ได้เรียนรู้ถึงวิธีการในการดูแล อบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษาแก่เด็ก เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่าเพื่อการพัฒนาตนต่อไป
ความสำคัญของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญของการศึกษาเด็กปฐมวัย เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก เป็นการให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อการศึกษาของเด็ก ทำให้ลดความขัดแย้งในการดำเนินงานทางการศึกษา ช่วยให้การศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกันเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาของเด็กช่วยทำให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง
วัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองโดยสรุปมีวัตถุประสงค์คือเพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการในการอบรมเลี้ยงดู เพื่อให้ความรู้และวิธีการในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการศึกษาของเด็กที่โรงเรียนเพื่อให้ที่บ้านเข้าใจตรงกันเพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่บุตรหลานเพื่อให้ผู้ปกครองได้รับรู้และเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลาน
รูปแบบในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย มี 2 แบบ
1.การให้ความรู้แบบทางการ (formal) เช่น การบรรยาย  การอภิปราย การโต้วาที 
2.การให้ความรู้แบบไม่เป็นทางการ (informal) เช่น การระดมสมอง การประชุมโต๊ะกลม 
ลักษณะของฐานการเรียนรู้เป็น 3 รูปแบบ 
1. การใช้บ้านเป็นฐานในการเรียนรู้ (home base) เป็นการจัดกิจกรรมให้ความรู้กับผู้ปกครองถึงที่บ้าน เช่น การเยี่ยมบ้าน การส่งจดหมาย การจัดทำโฮมสคูล (Home School)
 2. การใช้โรงเรียนเป็นฐานในการเรียนรู้ (school base) เป็นการจัดกิจกรรมความรู้ให้ผู้ปกครองที่โรงเรียน เช่น การจัดแสดงผลงานเด็กการประชุม การจัดสัมมนา การจัดนิทรรศการ 
3. การใช้ชุมชนเป็นฐานในการเรียนรู้ (community vase) เป็นการเผยแพร่ความรู้ผ่านชุมชน เช่น หมู่บ้าน วัด โบสถ์ มัสยิด วิทยุ โทรทัศน์ ระบบอินเตอร์เน็ต วารสาร 
แนวปฏิบัติของสถานศึกษา
ในการจัดกิจกรรมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง สถานศึกษาถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้ปกครองได้ประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้ ดังนั้นสถานศึกษาควรมีแนวปฏิบัติดังนี้
  1. รับฟังความคิดเห็นและความรู้สึกที่ผู้ปกครองมีกับลูก
  2. ขณะที่พูดคุยกับผู้ปกครองเด็ก ไม่ใช้เป็นการพูดถึงเด็กในทางที่ไม่ดีเท่านั้น แต่ควรพูดถึงในสิ่งที่ดีที่เด็กสามารถพัฒนาขึ้นมาก
  3. ควรหลีกเลี่ยงคำอธิบายหรือใช้คำศัพท์ทางวิชาการในการอธิบายพูดคุยกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง
       บทบาทของผู้ปกครองกับการศึกษาของเด็กทั้งที่บ้านและสถานศึกษา โดยดำเนินการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองโดยเลือกรูปแบบวิธีการ   ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการศึกษาของผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครอง   รับประโยชน์สูงสุด ประกอบด้วย 3 รูปแบบ คือ บ้านเป็นฐานการเรียนรู้ โรงเรียนเป็นฐานการเรียนรู้ และชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้
ประเมินผล
ประเมินตนเอง
มาสายแต่ตั้งใจฟังและตั้งใจเรียนอย่างสม่ำเสมอ มีการจดบันทึกในการเรียนการสอนท์
ประเมินผลเพื่อน
บางคนตั้งใจเรียนดี บางคนเล่นโทรศัพท์ บางคนหลับ ปะปนๆกันไป
ประเมินอาจารย์
อาจารย์มีการเตรียมตัวในการสอนมาอย่างดี มีสื่อมาสอน ละมีเนื้อหาที่ละเอียดมาก จนจะหลับ แต่ได้ความรู้เยอะมากๆ



ครั้งที่ 1




บรรยายกาศในห้องเรียน

วันี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกและเป็นคาบแรกของการเารียนการสอน ครูได้ทักทายและเริ่มสอนเนื้อหากันเลยทีเดียว อย่างแรกครูได้อธิบายเกี่ยวกับรายวิชาที่เรียนให้นักศึกษาได้เข้าใจและเริ่มเข้าสู่ความรู้เกี่ยวกับการให้คำปรึกษาผู้ปกครอง

เนื้อหา

การพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์นั้นควรได้รับการดูแล ถ่ายทอดความคิด วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และค่านิยมที่ดีงามจากผู้ที่ถือว่าเป็นผู้ที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด เพื่อให้การดำรงชีวิตของมนุษย์สมบูรณ์แบบ ควรเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิอาจกล่าวได้ว่าบุคคลแรกที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์คือ พ่อ แม่ หรือผู้ปกครอง
ความหมายของผู้ปกครอง
ว่า ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นพ่อหรือผู้ที่เป็นแม่ ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ
  1. ผู้ปกครองโดยสายเลือด

  2. ผู้ปกครองโดยสังคม
ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นบิดา มารดา หรือบุคคลอื่นที่ให้การอบรมเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่เด็กที่อยู่ในการดูแล ดังนั้นในการกล่าวถึงผู้ปกครองจึงมีความหมายรวมถึงบุคคลที่เป็นพ่อและแม่ด้วย
ความสำคัญของผู้ปกครอง
     ความสำคัญซึ่งมีความใกล้ชิดกับเด็ก เป็นผู้ที่มีความหมายต่อชีวิตเด็กทั้งการเจริญเติบโตทางร่างกายและจิตใจเป็นผู้ที่เด็กมอบความรักด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผู้ปกครองจึงเป็นผู้นำที่จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโต มีพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อการก้าวสู่โลกกว้างได้อย่างมั่นคงและมีความพร้อมในทุกด้าน จึงถือว่าผู้ปกครองเป็นผู้เสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้วยความรัก ความเข้าใจให้แก่เด็กตั้งแต่เยาว์วัยเป็นรากฐานอนาคตของสังคมให้มีความสมบูรณ์และแข็งแรง
บทบาทและหน้าที่ของผู้ปกครอง
พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นคนกลุ่มแรกที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก เป็นผู้สนับสนุนและวางรากฐานอันสำคัญยิ่งต่อการเจริญเติบโตของชีวิตมนุษย์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ภาวะแห่งความรับผิดชอบในการอบรมเลี้ยงดูและสายใยแห่งความผูกพันระหว่างพ่อแม่ ลูก เป็นพันธะที่จะต้องมีการดำเนินอย่างต่อเนื่อง เพื่อจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ การให้เด็กได้เจริญเติบโตสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเอง สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่าง  มีความสุข
บทบาทและหน้าที่ด้านการอบรมเลี้ยงดู
การอบรมเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่ครอบคลุมพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา บทบาทของพ่อแม่ในการเลี้ยงดูเด็กมี 3 ประการ คือ
  1.  เป็นผู้ให้การเลี้ยงดูเพื่อสร้างเสริมสุขภาพกายและใจที่ดีให้กับเด็ก
  2.  เป็นผู้ให้การศึกษาเบื้องต้น
  3.  เป็นผู้ส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา
บทบาทและหน้าที่ด้านการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้
การศึกษา ทำความเข้าใจและแสวงหาประสบการณ์ว่าเด็กในแต่ละวันมีพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างไร พ่อแม่ ผู้ปกครอง สามารถส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้ลูกได้อย่างถูกวิธี ดังนี้
  1.  ช่วยจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับกิจกรรมที่โรงเรียน
  2.  ส่งเสริมให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงให้มาก
  3.  สนทนาให้ความเป็นกันเองกับเด็ก ป้อนคำถามให้เด็กได้คิดหาคำตอบ
  4. ชมเชยเมื่อเด็กทำความดี ทำได้ถูกต้อง ในขณะที่ทำผิดก็ต้องชี้แจงให้เด็กเข้าใจให้ถูกต้องก่อนที่เด็กจะจำวิธีการผิดๆ ไปใช้
  5.  ให้เด็กมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ช่วยเหลืองานในบ้านที่เหมาะสมกับวัย
  6.  ให้อิสระแก่เด็กบ้างในบางโอกาส
  7.  สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดปัญญา
  8.  คอยติดตามการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของเด็ก โดยไม่เข้มงวดกวดขันจนเกินไป
  9.  ติดต่อกับครูของเด็กเพื่อรับทราบปัญหาและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะสายเกินแก้
บทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมการศึกษา
การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มนุษย์กับการศึกษาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันตลอดชีวิต พ่อแม่ ผู้ปกครองถือเป็นบุคคลแรกที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพให้แก่เด็กในแนวทางที่เหมาะสมและช่วยส่งเสริมการศึกษาให้แก่เด็กดังนี้
  1.  ความอุทิศตน ในการมีเวลาให้กับลูกอย่างเต็มที่
  2.  มีจุดมุ่งหมายสูงส่งเพื่อลูก           
  3.  ช่างสังเกตถี่ถ้วน
  4.  ใช้สามัญสำนึกในการเลี้ยงลูก    
  5.  ปลูกฝังวินัย ความเป็นไทย

สรุปการเรียนการสอน

ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ที่เป็นบิดา มารดา หรือบุคคลอื่นซึ่งทำหน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดูเพื่อให้เด็กมีชีวิตที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา สามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างมีความสุข บทบาทและหน้าที่ของผู้ที่เป็นผู้ปกครองเด็กปฐมวัยถือเป็นผู้ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการสร้างรากฐานของชีวิตในอนาคตกับเด็ก ดังนั้นผู้ปกครองจึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กได้แก่ การอบรมเลี้ยงดูการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ และการส่งเสริมการศึกษา การที่ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทและหน้าที่ของตนเองในการพัฒนาเด็ก ย่อมเป็นการทำให้ผู้ปกครองจำเป็นต้องแสวงหาองค์ความรู้ที่จำเป็นเพื่อนำมาปฏิบัติใช้ในการอบรมเลี้ยงดูเด็กในด้านต่างๆ 
ประเมินผล
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆน่ารักกันมากแต่ยังไม่ค่อยชินเท่าไรเพราะอาทิตย์แรกที่เปิดเทอมแล้วก็เปลี่ยนห้องแล้วเลยยังไม่ชินเท่าไรเพื่อนแต่ละคนก็พยายามปรับตัวเข้าหากันได้อย่างดี
ประเมินตัวเอง
สนใจเรียนมากๆแต่อาทิตย์แรกก็สายแล้วเพราะรถติดสุดๆตั้งใจฟังที่ครูสอนและจดตามตลอดมีคุยบ้างคิดถึงเพื่อน
ประเมินอาจารย์
อาจารย์มีการเตรียมตัวมาอย่างดีในการเรียนการสอนและอาจารย์ยังคงน่ารักเหมือนเดิม